ข้ามไปยังเนื้อหา
FileMyLove

คำนวณ

แอร์กี่ BTU เหมาะกับห้องกี่ตารางเมตร ตารางเลือกขนาดแอร์จาก กฟผ.

ตารางขนาดแอร์ (BTU) เทียบขนาดห้องปกติและห้องโดนแดดของ กฟผ. วิธีวัดพื้นที่ห้อง ตัวอย่างการเลือก ทำไมแอร์ใหญ่หรือเล็กเกินไม่ดี และวิธีเปิดแอร์ให้ประหยัดไฟ

โดย ทีมงาน FileMyLoveอ่าน 5 นาที

จะซื้อแอร์ใหม่ คำถามแรกคือห้องนี้ต้องใช้กี่ BTU บทความนี้สรุปตารางของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พร้อมวิธีวัดห้องและตัวอย่าง หรือจะใช้ เครื่องคำนวณขนาดแอร์ ให้คิดให้ก็ได้

สรุปสั้น ๆ

  • วัดความกว้าง × ความยาวของห้อง เป็นตารางเมตร
  • ดูว่าห้องโดนแดดหรือไม่ แล้วเทียบกับตารางของ กฟผ. ด้านล่าง
  • เลือกแอร์ที่มี ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 และตั้งอุณหภูมิ 26–27 องศาพร้อมเปิดพัดลม

BTU คืออะไร

กฟผ. อธิบายว่า BTU/hr (British Thermal Unit per hour) คือหน่วยวัดปริมาณความร้อน เมื่อใช้กับแอร์หมายถึงความสามารถในการถ่ายเทความร้อนออกจากห้องภายใน 1 ชั่วโมง เช่น แอร์ 14,000 BTU/hr ถ่ายเทความร้อนออกจากห้องได้ 14,000 BTU ใน 1 ชั่วโมง ตัวเลขยิ่งมาก ยิ่งทำความเย็นได้มาก

ตารางขนาดแอร์ของ กฟผ.

กฟผ. แบ่งเป็นห้องปกติ และห้องโดนแดด ซึ่งร้อนกว่าจึงรองรับพื้นที่ได้น้อยกว่า

ขนาดแอร์ (BTU) ห้องปกติ (ตร.ม.) ห้องโดนแดด (ตร.ม.)
9,000 12–15 11–14
12,000 16–20 14–18
18,000 24–30 21–27
21,000 28–35 25–32
24,000 32–40 28–36
25,000 35–44 30–39
30,000 40–50 35–45
35,000 48–60 42–54
48,000 64–80 56–72

ตัวอย่างการเลือก

  • ห้องนอน 4 × 4 เมตร = 16 ตร.ม. ห้องปกติอยู่ในช่วง 16–20 และห้องโดนแดดอยู่ในช่วง 14–18 ได้ 12,000 BTU ทั้งสองแบบ
  • ห้อง 3.5 × 4 เมตร = 14 ตร.ม. โดนแดด อยู่ทั้งช่วงของ 9,000 (11–14) และ 12,000 (14–18) เครื่องคำนวณของเราจะเสนอขนาดเล็กที่สุดที่อยู่ในช่วง คือ 9,000 และบอกว่า 12,000 ก็อยู่ในช่วงเช่นกัน
  • ห้องปกติ 22 ตร.ม. ไม่อยู่ในช่วงไหนของตารางเลย (12,000 จบที่ 20 ส่วน 18,000 เริ่มที่ 24) เครื่องคำนวณจะเลือกขนาดถัดขึ้นไปคือ 18,000 เพื่อไม่ให้แอร์เล็กเกินห้อง ข้อนี้เป็นหลักของเว็บเรา ไม่ได้อยู่ในตารางของ กฟผ.

ห้องไม่ใช่สี่เหลี่ยม เช่น รูปตัว L ให้แบ่งเป็นสี่เหลี่ยมย่อยแล้วรวมพื้นที่ หรือใช้ คำนวณพื้นที่ ส่วนห้องที่ใหญ่เกิน 80 ตร.ม. เกินตารางนี้แล้ว ควรปรึกษาผู้ติดตั้ง

ทำไมแอร์ใหญ่หรือเล็กเกินไปไม่ดี

กฟผ. ระบุว่าคนส่วนใหญ่มักซื้อแอร์ใหญ่ไว้ก่อนเพื่อให้เย็นเร็ว ซึ่งเป็นการตัดสินใจไม่ถูกต้อง

  • BTU สูงเกินห้อง: คอมเพรสเซอร์ตัดบ่อย ประสิทธิภาพลดลง ห้องมีความชื้นสูงจนรู้สึกไม่สบายตัว และราคาแพงเกินจำเป็น
  • BTU ต่ำเกินห้อง: เย็นช้า ไม่ได้อุณหภูมิที่ตั้งไว้ คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักจนแอร์เสียเร็ว เปลืองไฟ ค่าไฟแพงขึ้น

ใช้แอร์ให้ประหยัดไฟ

  • เลือกฉลากเบอร์ 5: กฟผ. ระบุว่ายิ่งมีดาวมากยิ่งประหยัดไฟ ตัวอย่างของ กฟผ. สำหรับแอร์ 12,000 BTU ค่าไฟต่อเดือนลดจาก 917.12 บาท (เบอร์ 5) เหลือ 743.53 บาท (เบอร์ 5 สามดาว) ตัวอย่างนี้คิดที่ค่าไฟหน่วยละ 3.96 บาท ค่าไฟจริงอาจต่างไป
  • ตั้ง 26–27 องศา พร้อมเปิดพัดลม: กฟผ. ระบุว่าประหยัดค่าไฟได้ถึง 10% เมื่อเทียบกับการตั้ง 23–24 องศา
  • ล้างแอร์ทุก 6 เดือน: กฟผ. ระบุว่าช่วยให้แอร์ทำงานเต็มประสิทธิภาพ และประหยัดค่าไฟได้ถึง 10% กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานก็แนะนำให้ล้างปีละ 2 ครั้ง
  • ตั้งเวลาปิด: กรมพัฒนาพลังงานทดแทนฯ แนะนำให้ตั้งเวลาปิดก่อนตื่นนอนหรือก่อนเลิกใช้ 15–30 นาที
  • ตำแหน่งติดตั้ง: กฟผ. แนะนำให้เลี่ยงผนังทิศตะวันตกที่โดนแดดช่วงบ่าย และวางคอมเพรสเซอร์ในที่ร่ม ยกสูงจากพื้น ห่างจากดาดฟ้าหรือมุมอับที่อากาศไม่ถ่ายเท

หมายเหตุ

ข้อมูลในบทความนี้มาจากหน้าเว็บของ กฟผ. และศูนย์องค์ความรู้ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ที่เปิดอ่านเมื่อ 29 กันยายน 2569 ตารางเป็นแนวทางทั่วไป ห้องเพดานสูง ห้องกระจกมาก หรือห้องที่มีคนและเครื่องใช้ไฟฟ้าเยอะ อาจต้องใช้แอร์ใหญ่กว่านี้ ควรให้ผู้ติดตั้งดูหน้างานอีกครั้ง

แหล่งอ้างอิง

  1. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
    เลือกเครื่องปรับอากาศอย่างไรให้ประหยัดไฟ และ ประหยัดเงินในกระเป๋า ?
  2. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
    เปิดเทคนิคใช้แอร์แบบไหนช่วยประหยัดไฟที่สุด
  3. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
    แอร์ ประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ดาวยิ่งมาก ยิ่งประหยัดไฟ
  4. กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน
    เทคนิคเปิดแอร์สบายใจ ประหยัดไฟหายห่วง

คำถามที่พบบ่อย

บทความอื่น