ข้ามไปยังเนื้อหา
FileMyLove

รหัสยาวใน CSV กลายเป็น E+ หรือเลขท้ายเปลี่ยน แก้อย่างไร

แยกการแสดงเลขแบบวิทยาศาสตร์จากข้อมูลที่เสียจริง เก็บรหัสเป็นข้อความก่อนนำเข้า Excel และตรวจสำเนา XLSX ก่อนใช้งาน

โดย FileMyLoveอ่าน 3 นาที

รหัสสินค้าและเลขอ้างอิงยาว ๆ ไม่ได้มีไว้บวกหรือลบเหมือนยอดเงิน ควรเก็บเป็นข้อความตั้งแต่ก่อนนำเข้า หากเห็น E+ หรือเลขท้ายเปลี่ยน ให้ตรวจต้นฉบับก่อนบันทึกทับ

แสดงสั้นลงหรือข้อมูลเปลี่ยนแล้ว

Microsoft ระบุว่า Excel เก็บตัวเลขได้แม่นยำสูงสุด 15 หลักนัยสำคัญ และแนะนำให้เก็บรหัสตั้งแต่ 16 หลักเป็นข้อความ การเปลี่ยนรูปแบบหลังตัวเลขถูกนำเข้าแล้วไม่ใช่การกู้หลักที่หายไป

สิ่งที่พบ สิ่งที่เราแนะนำให้ตรวจ
เซลล์แสดง E+ เลือกเซลล์แล้วเทียบค่ากับ CSV ต้นฉบับ
หลักท้ายกลายเป็นศูนย์ หยุดใช้สำเนานั้นและนำเข้าจากต้นฉบับใหม่
เลขศูนย์หน้าหาย กำหนดคอลัมน์เป็นข้อความก่อนนำเข้าใหม่
ต้นฉบับมีเลขผิดอยู่แล้ว ขอส่งออกข้อมูลใหม่จากระบบต้นทาง

การเห็น E+ เพียงอย่างเดียวยังไม่พอจะสรุปว่าข้อมูลสูญหาย ต้องเทียบค่าจริงทีละหลัก โดยเฉพาะท้ายรหัส

นำเข้าใน Excel โดยเลือกชนิดข้อมูล

ใช้ Data → From Text/CSV แล้วกำหนดคอลัมน์รหัสเป็น Text ก่อนโหลดข้อมูลตามแนวทาง Microsoft เมนูอาจต่างกันตามรุ่น เก็บคอลัมน์จำนวนหรือยอดเงินเป็นตัวเลขเมื่อจำเป็นต้องคำนวณ

เราแนะนำให้ทำในไฟล์ใหม่ และไม่บันทึกทับ CSV ที่เพิ่งได้รับจนตรวจเสร็จ หากสำเนาที่เปิดไปแล้วถูกบันทึกด้วยค่าที่เปลี่ยน การแปลงรูปแบบไฟล์ต่อไม่สามารถเดารหัสเดิมได้

ใช้ FileMyLove แปลงสำเนา

เปิด แปลงเอกสาร เลือก CSV และส่งออก XLSX ตัวอ่านของเราเก็บเลขจำนวนเต็มที่เขียนติดกันตั้งแต่ 12 หลักขึ้นไปเป็นข้อความ รวมถึงค่าที่มีศูนย์นำหน้า ไม่ใช่ระบบตรวจว่ารหัสนั้นมีอยู่จริง

ลองใช้ข้อมูลสมมติ 001234 และ 123456789012345678 เพื่อเช็กเส้นทางก่อนนำชุดงานจริงมาใช้ ตัวแปลงรักษาข้อความที่มีอยู่ในต้นฉบับ ไม่เติมเลขที่หายไปแล้ว

ตรวจผลก่อนส่งต่อ

เปรียบเทียบรหัสต้นแถว กลางชุด และท้ายชุดกับต้นฉบับ ตรวจจำนวนแถวและคอลัมน์แยกจากหน้าตาของตัวเลข หากจะส่งออกกลับเป็น CSV ให้ตรวจการนำเข้าของระบบปลายทางอีกครั้ง เพราะ XLSX ไม่ได้กำหนดวิธีที่โปรแกรมอื่นจะเปิด CSV

หากปัญหาเป็นภาษาไทยหรือคอลัมน์ไม่แยก อ่าน CSV ภาษาไทยและตัวคั่น ซึ่งเป็นคนละปัญหากับความแม่นยำของเลขยาว