ถ้าโลโก้เคยวางบนพื้นสีอะไรก็ได้ แต่พอแปลงไฟล์แล้วมีสี่เหลี่ยมทึบล้อมรอบ ให้ตรวจว่าบันทึกเป็น JPG หรือไม่ เพราะ JPG ไม่รองรับความโปร่งใส ส่วน PNG รองรับข้อมูลความโปร่งใสได้
เลือกตามสิ่งที่ต้องเก็บไว้
| งานที่ต้องการ | แนวทางเลือก |
|---|---|
| โลโก้ที่ต้องวางทับพื้นสีอื่น | PNG ที่มีความโปร่งใสอยู่จริง |
| ภาพหน้าจอหรืองานที่มีตัวอักษรคมชัด | ลอง PNG แล้วเทียบขนาดไฟล์ |
| ภาพถ่ายที่ไม่ต้องโปร่งใส | ลอง JPG แล้วตรวจรายละเอียด |
| ระบบปลายทางรับเฉพาะ JPG | เตรียมพื้นทึบให้ตรงกับงานก่อนส่ง |
PNG ใช้การบีบอัดแบบไม่สูญเสียข้อมูลตามข้อกำหนด W3C ส่วน MDN ระบุว่า JPEG ใช้การบีบอัดแบบสูญเสียข้อมูล และเหมาะกับภาพถ่ายมากกว่างานที่ต้องเก็บขอบตัวอักษรอย่างแม่นยำ ตารางข้างต้นเป็นแนวทางเลือกของเรา ไม่ใช่ข้อกำหนดว่าทุกภาพต้องใช้รูปแบบเดียวกัน
ทำไมแปลง JPG กลับเป็น PNG แล้วพื้นหลังไม่หาย
ความโปร่งใสเป็นข้อมูลในภาพ ไม่ใช่เพียงชื่อไฟล์ หากพื้นหลังถูกบันทึกเป็นพิกเซลสีขาวใน JPG แล้ว การแปลงกลับเป็น PNG จะยังเก็บพิกเซลสีขาวนั้นไว้ รูปแบบใหม่สามารถรองรับความโปร่งใสได้ แต่ไม่ได้รู้เองว่าส่วนไหนควรถูกลบ
ข้อเสนอในการทำงาน: เก็บต้นฉบับโปร่งใสไว้ แล้วทำสำเนา JPG เฉพาะเมื่อปลายทางต้องการ อย่าใช้ไฟล์ JPG ที่ส่งออกแล้วเป็นต้นฉบับแทนไฟล์เดิม
แปลงภาพและตรวจผลก่อนส่ง
เปิด แปลงรูปภาพ เลือกไฟล์และรูปแบบปลายทาง แล้วดาวน์โหลดสำเนา หากต้องการเส้นทางเฉพาะ ใช้ PNG เป็น JPG หรือ JPG เป็น PNG
หลังบันทึก เราแนะนำให้ตรวจสามอย่าง:
- เปิดภาพบนพื้นสีต่างจากเดิมเพื่อตรวจว่ามีกรอบทึบหรือไม่
- ขยายดูตัวอักษรและขอบโลโก้ว่ายังเหมาะกับงาน
- ตรวจชนิดและขนาดไฟล์ว่าเป็นไปตามที่ระบบปลายทางรับ
การแปลงรูปแบบเป็นคนละขั้นตอนกับการลบพื้นหลัง บทความนี้ไม่ได้หมายความว่าเครื่องมือแปลงรูปจะลบพื้นหลังให้โดยอัตโนมัติ
ถ้าไฟล์ใหญ่เกินกำหนด
ใช้ ย่อขนาดรูป แล้วตรวจผลหลังดาวน์โหลดอีกครั้ง โดยเลือกรูปแบบที่ยังเก็บสิ่งที่งานต้องใช้ ถ้าต้องลดจำนวนพิกเซล อ่าน ปรับขนาดรูปก่อนอัปโหลด
ไม่มีตัวเลขคุณภาพเดียวที่เหมาะกับทุกภาพ ข้อเสนอของเราคือทดลองด้วยสำเนาและเก็บต้นฉบับเสมอ เพื่อย้อนกลับไปทำรูปแบบอื่นได้โดยไม่ต้องเริ่มจากไฟล์ที่สูญเสียรายละเอียดไปแล้ว



