มนุษย์เงินเดือนถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกเดือน แต่หลายคนไม่แน่ใจว่าคิดมาจากอะไร และต้องเสียเพิ่มหรือได้คืนตอนยื่นแบบต้นปี บทความนี้อธิบายวิธีคิดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของ ปีภาษี 2569 (รายได้ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2569 ยื่นแบบต้นปี 2570) จากเอกสารของกรมสรรพากร หรือจะใช้ เครื่องคำนวณภาษีเงินได้ ให้คิดให้ก็ได้
สรุปสั้น ๆ
- รวมรายได้ทั้งปี (เงินเดือน × 12 + โบนัส)
- หักค่าใช้จ่าย 50% ไม่เกิน 100,000 บาท
- หักค่าลดหย่อน เช่น ส่วนตัว 60,000 บาท และประกันสังคม
- เงินได้สุทธิส่วนที่ไม่เกิน 150,000 บาทได้รับยกเว้น ส่วนที่เกินคิดภาษีเป็นขั้นบันได 5% ถึง 35%
ขั้นที่ 1–2: รายได้และค่าใช้จ่าย
เงินเดือน ค่าจ้าง และโบนัสเป็นเงินได้ประเภทที่ 1 กรมสรรพากรให้หักค่าใช้จ่ายได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท คนที่มีรายได้ทั้งปีตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไปจึงหักได้เต็ม 100,000 บาท
ขั้นที่ 3: ค่าลดหย่อนยอดนิยม
| ค่าลดหย่อน | หักได้ |
|---|---|
| ส่วนตัว | 60,000 บาท |
| คู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ | 60,000 บาท |
| บุตร | คนละ 30,000 บาท (คนที่ 2 ขึ้นไปที่เกิดตั้งแต่ปี 2561 ได้คนละ 60,000 บาท) |
| บิดามารดา อายุ 60 ปีขึ้นไป มีเงินได้ไม่เกิน 30,000 บาท | คนละ 30,000 บาท |
| ประกันสังคม | ตามที่จ่ายจริง |
| เบี้ยประกันชีวิต | ไม่เกิน 100,000 บาท |
| เบี้ยประกันสุขภาพตนเอง | ไม่เกิน 25,000 บาท และรวมกับประกันชีวิตไม่เกิน 100,000 บาท |
| เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา | ไม่เกิน 15,000 บาท |
| กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ | ไม่เกิน 15% ของค่าจ้าง |
| RMF | ไม่เกิน 30% ของเงินได้ และรวมกับกลุ่มกองทุนเพื่อการเกษียณไม่เกิน 500,000 บาท |
| Thai ESG | ไม่เกิน 30% ของเงินได้ และไม่เกิน 300,000 บาท |
| ดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้าน | ไม่เกิน 100,000 บาท |
| เงินบริจาคทั่วไป | ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน |
ค่าลดหย่อนส่วนใหญ่มาจากคู่มือกรอกแบบ ภ.ง.ด.90 ของปีภาษี 2568 และรายการที่ยังใช้ได้ในคู่มือครึ่งปีของปีภาษี 2569 ส่วนคู่มือยื่นแบบทั้งปีของปี 2569 กรมสรรพากรยังไม่เผยแพร่ ณ วันที่เขียนบทความ
ขั้นที่ 4: อัตราภาษีขั้นบันได
| เงินได้สุทธิ (บาท) | อัตรา | ภาษีสะสมเมื่อถึงขั้นบน |
|---|---|---|
| 0 – 150,000 | ยกเว้น | 0 |
| 150,001 – 300,000 | 5% | 7,500 |
| 300,001 – 500,000 | 10% | 27,500 |
| 500,001 – 750,000 | 15% | 65,000 |
| 750,001 – 1,000,000 | 20% | 115,000 |
| 1,000,001 – 2,000,000 | 25% | 365,000 |
| 2,000,001 – 5,000,000 | 30% | 1,265,000 |
| เกิน 5,000,000 | 35% | – |
อัตรานี้ใช้ตั้งแต่ปีภาษี 2560 และคู่มือปีภาษี 2569 ก็พิมพ์ตารางเดียวกัน กรมสรรพากรระบุด้วยว่าเศษของบาทจากการคำนวณภาษีให้ยกเว้น
ตัวอย่าง
เงินเดือน 30,000 บาท ไม่มีโบนัส
- รายได้ทั้งปี 360,000 บาท
- หักค่าใช้จ่าย 100,000 บาท
- ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท + ประกันสังคม 10,500 บาท = 70,500 บาท
- เงินได้สุทธิ 360,000 − 100,000 − 70,500 = 189,500 บาท
- ภาษี (189,500 − 150,000) × 5% = 1,975 บาท เฉลี่ยเดือนละประมาณ 165 บาท
เงินเดือน 45,000 บาท โบนัส 90,000 บาท
- รายได้ทั้งปี 630,000 บาท หักค่าใช้จ่าย 100,000 บาท และค่าลดหย่อน 70,500 บาท
- เงินได้สุทธิ 459,500 บาท
- ภาษี 7,500 + (459,500 − 300,000) × 10% = 23,450 บาท
เรื่องที่ต่างจากปีก่อน
- ประกันสังคม: กฎกระทรวงที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 12 ธันวาคม 2568 กำหนดฐานค่าจ้างที่ใช้คิดเงินสมทบไม่ต่ำกว่า 1,650 บาท และไม่เกิน 17,500 บาท ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2571 เงินสมทบ 5% จึงสูงสุดเดือนละ 875 บาท ปีละ 10,500 บาท (เดิม 9,000 บาท) หักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง
- Thai ESG: กฎกระทรวงฉบับที่ 395 ให้หักได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้และไม่เกิน 300,000 บาท สำหรับปีภาษี 2567 ถึง 2569 ปี 2569 จึงเป็นปีสุดท้ายของเพดานนี้
- SSF: ไม่อยู่ในรายการค่าลดหย่อนของปีภาษี 2568 และคู่มือครึ่งปีของปี 2569
ภาษีที่ถูกหักทุกเดือนมาจากไหน
คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.96/2543 ให้นายจ้างคิดเหมือนจ่ายเงินเดือนทั้งปี คือ เงินเดือน × 12 แล้วหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนตามที่ลูกจ้างแจ้ง (แบบ ล.ย.01) คิดภาษีทั้งปี แล้วหาร 12 ถ้าเงินเดือนเปลี่ยนหรือได้โบนัส นายจ้างต้องคิดใหม่ ตอนยื่นแบบต้นปี ถ้าภาษีที่ถูกหักไว้มากกว่าที่ต้องเสียจริง ก็ขอคืนได้
หมายเหตุ
ข้อมูลในบทความนี้มาจากเว็บไซต์และเอกสารของกรมสรรพากร และราชกิจจานุเบกษา ที่เปิดอ่านเมื่อ 30 กันยายน 2569 บทความนี้คิดเฉพาะเงินเดือนและโบนัส ถ้ามีรายได้อื่น เช่น ค่าเช่า งานฟรีแลนซ์ วิธีคิดจะต่างออกไป และถ้ากรมสรรพากรประกาศมาตรการลดหย่อนใหม่สำหรับปี 2569 ตัวเลขอาจเปลี่ยน ให้ยึดตามแบบ ภ.ง.ด.91 ที่กรมสรรพากรประกาศ



