เงินเดือนที่ตกลงกับนายจ้างไม่เท่ากับเงินที่เข้าบัญชี เพราะนายจ้างต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เงินสมทบประกันสังคม และถ้าเป็นสมาชิก ก็หักเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพด้วย บทความนี้อธิบายแต่ละรายการคิดยังไง พร้อมตัวอย่าง
สรุปสั้น ๆ
เงินเดือนสุทธิ = เงินเดือน − ภาษีหัก ณ ที่จ่าย − ประกันสังคม − กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
- ภาษี: คิดเหมือนได้เงินเดือนทั้งปี แล้วหารด้วย 12
- ประกันสังคม: 5% ของค่าจ้าง สูงสุดเดือนละ 875 บาท ตั้งแต่ปี 2569
- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ: 2–15% ตามที่เลือกสะสม
- คิดของคุณได้ที่ คำนวณเงินเดือนสุทธิ
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากเงินเดือน คิดยังไง
ประมวลรัษฎากรมาตรา 50(1) และคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.96/2543 กำหนดวิธีไว้ดังนี้
- คูณเงินเดือนด้วย 12 ให้เหมือนได้รับทั้งปี (จ่ายเดือนละ 2 ครั้งคูณ 24 จ่ายรายสัปดาห์คูณ 52)
- หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน ตามที่ลูกจ้างแจ้งไว้ในแบบ ล.ย.01 แล้วคำนวณภาษีทั้งปีตามอัตราก้าวหน้า
- หารด้วย 12 ได้ภาษีที่หักแต่ละเดือน เศษที่หารไม่ลงตัวไปรวมกับเดือนสุดท้ายของปี
ตัวอย่างในคำสั่ง ป.96/2543 หักเดือนละ 928.33 บาท และเดือนธันวาคม 928.37 บาท แสดงว่าตัดเศษสตางค์ทิ้งทุกเดือน แล้วเก็บส่วนที่เหลือเดือนธันวาคม
ค่าใช้จ่ายและอัตราภาษีใช้ชุดเดียวกับการยื่นภาษีประจำปี ดูรายละเอียดได้ที่ ภาษีเงินเดือนปี 2569 คิดยังไง
ถ้าเงินเดือนเปลี่ยน มีโบนัส หรือโอที: ป.96/2543 ให้นายจ้างคำนวณใหม่ทุกครั้งที่เงินได้เปลี่ยน และสำหรับโบนัสหรือโอที ให้คิดภาษีทั้งปีรวมเงินก้อนนั้นแล้วหักส่วนต่างในเดือนที่จ่าย
แบบ ล.ย.01 สำคัญยังไง
คำสั่ง ป.96/2543 ให้นายจ้างหักค่าลดหย่อน ตามที่ลูกจ้างแจ้งไว้ พร้อมหลักฐานในแบบ ล.ย.01 ไม่ว่าจะจ่ายค่าลดหย่อนนั้นในเดือนใดของปี ยกเว้นเงินบริจาคที่หักได้เมื่อบริจาคจริง แบบ ล.ย.01 เองก็ระบุให้แจ้งก่อนถูกหักภาษี และทุกครั้งที่รายการเปลี่ยน
ถ้าคุณมีค่าลดหย่อนอื่น เช่น คู่สมรส บุตร เบี้ยประกันชีวิต แต่ไม่ได้แจ้งนายจ้าง ภาษีที่ถูกหักแต่ละเดือนก็จะสูงกว่าที่ควร
ประกันสังคม ปี 2569
สำนักงานประกันสังคมระบุว่าค่าจ้างที่ใช้คิดเงินสมทบ ขั้นต่ำ 1,650 บาท และไม่เกิน 17,500 บาท ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ลูกจ้างจ่ายร้อยละ 5
| เงินเดือน | ค่าจ้างที่ใช้คิด | หักประกันสังคม |
|---|---|---|
| 10,000 | 10,000 | 500 |
| 15,000 | 15,000 | 750 |
| 17,500 ขึ้นไป | 17,500 | 875 |
ตามประกาศของสำนักงานประกันสังคม เพดานนี้ใช้ช่วงปี 2569–2571 และจะขยับเป็น 20,000 บาทในปี 2572–2574 และ 23,000 บาทตั้งแต่ปี 2575
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
เว็บไซต์ thaipvd.com ของสำนักงาน ก.ล.ต. ระบุว่า พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพกำหนดให้ลูกจ้างสะสม ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 2 และไม่เกินร้อยละ 15 ของค่าจ้าง ตามข้อบังคับกองทุน และเงินสะสมนำไปลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15% ของค่าจ้าง และไม่เกิน 500,000 บาท เงินที่สะสมจึงทั้งลดเงินเข้าบัญชีและลดภาษีไปพร้อมกัน
ตัวอย่างเงินเดือนสุทธิ
คำนวณตามวิธีข้างต้น แจ้งค่าลดหย่อนเฉพาะส่วนตัว 60,000 บาท ประกันสังคม และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (ถ้ามี)
| เงินเดือน | ภาษีต่อเดือน | ประกันสังคม | กองทุนสำรองฯ | เข้าบัญชี |
|---|---|---|---|---|
| 15,000 | 0 | 750 | – | 14,250.00 |
| 30,000 | 164.58 | 875 | – | 28,960.42 |
| 50,000 (สะสม 5%) | 1,454.16 | 875 | 2,500 | 45,170.84 |
เดือนธันวาคมภาษีจะต่างจากนี้ไม่กี่สตางค์ เช่น เงินเดือน 30,000 บาท หักเดือนธันวาคม 164.62 บาท
หมายเหตุ
ข้อมูลในบทความนี้มาจากประมวลรัษฎากรมาตรา 50, คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.96/2543, แบบ ล.ย.01 และอัตราภาษีของกรมสรรพากร, หน้าเว็บสำนักงานประกันสังคม และ thaipvd.com ของสำนักงาน ก.ล.ต. ที่เปิดอ่านเมื่อ 30 กันยายน 2569 ตัวอย่างคำนวณจากกฎเหล่านั้น เงินที่บริษัทหักจริงอาจมีรายการอื่น เช่น เงินกู้หรือสหกรณ์ ตรวจกับสลิปเงินเดือนของคุณ



