ข้ามไปยังเนื้อหา
FileMyLove

เงินเดือนสุทธิ ได้รับจริงเท่าไร หักภาษี ณ ที่จ่าย ประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

นายจ้างหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินเดือนยังไงตามมาตรา 50(1) ประกันสังคม 5% สูงสุด 875 บาท ปี 2569 กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 2–15% และตัวอย่างเงินเดือน 15,000–50,000

โดย ทีมงาน FileMyLoveอ่าน 5 นาที

เงินเดือนที่ตกลงกับนายจ้างไม่เท่ากับเงินที่เข้าบัญชี เพราะนายจ้างต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เงินสมทบประกันสังคม และถ้าเป็นสมาชิก ก็หักเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพด้วย บทความนี้อธิบายแต่ละรายการคิดยังไง พร้อมตัวอย่าง

สรุปสั้น ๆ

เงินเดือนสุทธิ = เงินเดือน − ภาษีหัก ณ ที่จ่าย − ประกันสังคม − กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

  • ภาษี: คิดเหมือนได้เงินเดือนทั้งปี แล้วหารด้วย 12
  • ประกันสังคม: 5% ของค่าจ้าง สูงสุดเดือนละ 875 บาท ตั้งแต่ปี 2569
  • กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ: 2–15% ตามที่เลือกสะสม
  • คิดของคุณได้ที่ คำนวณเงินเดือนสุทธิ

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากเงินเดือน คิดยังไง

ประมวลรัษฎากรมาตรา 50(1) และคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.96/2543 กำหนดวิธีไว้ดังนี้

  1. คูณเงินเดือนด้วย 12 ให้เหมือนได้รับทั้งปี (จ่ายเดือนละ 2 ครั้งคูณ 24 จ่ายรายสัปดาห์คูณ 52)
  2. หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน ตามที่ลูกจ้างแจ้งไว้ในแบบ ล.ย.01 แล้วคำนวณภาษีทั้งปีตามอัตราก้าวหน้า
  3. หารด้วย 12 ได้ภาษีที่หักแต่ละเดือน เศษที่หารไม่ลงตัวไปรวมกับเดือนสุดท้ายของปี

ตัวอย่างในคำสั่ง ป.96/2543 หักเดือนละ 928.33 บาท และเดือนธันวาคม 928.37 บาท แสดงว่าตัดเศษสตางค์ทิ้งทุกเดือน แล้วเก็บส่วนที่เหลือเดือนธันวาคม

ค่าใช้จ่ายและอัตราภาษีใช้ชุดเดียวกับการยื่นภาษีประจำปี ดูรายละเอียดได้ที่ ภาษีเงินเดือนปี 2569 คิดยังไง

ถ้าเงินเดือนเปลี่ยน มีโบนัส หรือโอที: ป.96/2543 ให้นายจ้างคำนวณใหม่ทุกครั้งที่เงินได้เปลี่ยน และสำหรับโบนัสหรือโอที ให้คิดภาษีทั้งปีรวมเงินก้อนนั้นแล้วหักส่วนต่างในเดือนที่จ่าย

แบบ ล.ย.01 สำคัญยังไง

คำสั่ง ป.96/2543 ให้นายจ้างหักค่าลดหย่อน ตามที่ลูกจ้างแจ้งไว้ พร้อมหลักฐานในแบบ ล.ย.01 ไม่ว่าจะจ่ายค่าลดหย่อนนั้นในเดือนใดของปี ยกเว้นเงินบริจาคที่หักได้เมื่อบริจาคจริง แบบ ล.ย.01 เองก็ระบุให้แจ้งก่อนถูกหักภาษี และทุกครั้งที่รายการเปลี่ยน

ถ้าคุณมีค่าลดหย่อนอื่น เช่น คู่สมรส บุตร เบี้ยประกันชีวิต แต่ไม่ได้แจ้งนายจ้าง ภาษีที่ถูกหักแต่ละเดือนก็จะสูงกว่าที่ควร

ประกันสังคม ปี 2569

สำนักงานประกันสังคมระบุว่าค่าจ้างที่ใช้คิดเงินสมทบ ขั้นต่ำ 1,650 บาท และไม่เกิน 17,500 บาท ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ลูกจ้างจ่ายร้อยละ 5

เงินเดือน ค่าจ้างที่ใช้คิด หักประกันสังคม
10,000 10,000 500
15,000 15,000 750
17,500 ขึ้นไป 17,500 875

ตามประกาศของสำนักงานประกันสังคม เพดานนี้ใช้ช่วงปี 2569–2571 และจะขยับเป็น 20,000 บาทในปี 2572–2574 และ 23,000 บาทตั้งแต่ปี 2575

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

เว็บไซต์ thaipvd.com ของสำนักงาน ก.ล.ต. ระบุว่า พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพกำหนดให้ลูกจ้างสะสม ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 2 และไม่เกินร้อยละ 15 ของค่าจ้าง ตามข้อบังคับกองทุน และเงินสะสมนำไปลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15% ของค่าจ้าง และไม่เกิน 500,000 บาท เงินที่สะสมจึงทั้งลดเงินเข้าบัญชีและลดภาษีไปพร้อมกัน

ตัวอย่างเงินเดือนสุทธิ

คำนวณตามวิธีข้างต้น แจ้งค่าลดหย่อนเฉพาะส่วนตัว 60,000 บาท ประกันสังคม และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (ถ้ามี)

เงินเดือน ภาษีต่อเดือน ประกันสังคม กองทุนสำรองฯ เข้าบัญชี
15,000 0 750 – 14,250.00
30,000 164.58 875 – 28,960.42
50,000 (สะสม 5%) 1,454.16 875 2,500 45,170.84

เดือนธันวาคมภาษีจะต่างจากนี้ไม่กี่สตางค์ เช่น เงินเดือน 30,000 บาท หักเดือนธันวาคม 164.62 บาท

หมายเหตุ

ข้อมูลในบทความนี้มาจากประมวลรัษฎากรมาตรา 50, คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.96/2543, แบบ ล.ย.01 และอัตราภาษีของกรมสรรพากร, หน้าเว็บสำนักงานประกันสังคม และ thaipvd.com ของสำนักงาน ก.ล.ต. ที่เปิดอ่านเมื่อ 30 กันยายน 2569 ตัวอย่างคำนวณจากกฎเหล่านั้น เงินที่บริษัทหักจริงอาจมีรายการอื่น เช่น เงินกู้หรือสหกรณ์ ตรวจกับสลิปเงินเดือนของคุณ

แหล่งอ้างอิง

  1. กรมสรรพากร
    ประมวลรัษฎากร มาตรา 50
  2. กรมสรรพากร
    คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.96/2543 การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 (1)
  3. กรมสรรพากร
    แบบแจ้งรายการเพื่อการหักลดหย่อน (ล.ย.01)
  4. สำนักงานประกันสังคม
    อัตราเงินสมทบและฐานค่าจ้าง
  5. สำนักงานประกันสังคม
    ข่าวประชาสัมพันธ์ สำนักงานประกันสังคม ฉบับที่ 181 (2 ธ.ค. 2568) เพดานค่าจ้างผู้ประกันตน
  6. สำนักงาน ก.ล.ต. (thaipvd.com)
    ลูกจ้างสามารถนำส่งเงินเข้ากองทุนมากกว่าร้อยละ 15 ได้หรือไม่
  7. กรมสรรพากร
    อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

คำถามที่พบบ่อย

บทความอื่น